"คุณไม่เห็นใจคนที่สอบด้วยตัวเองหรือ" กรณีทุจริตสอบท้องถิ่น กระทบผู้ที่อยากเป็นข้าราชการในอนาคตอย่างไร

Published
เวลาอ่าน: 7 นาที

จากกรณีทุจริตการสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น ทำให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) มีมติเห็นชอบให้เพิกถอนสิทธิผู้สอบผ่านการแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นเกือบ 6,000 ราย หลังตรวจพบความผิดปกติของคะแนนสอบ

กสถ. ระบุว่ามติการยกเลิกและประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ใหม่ ก็เพื่อคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้ที่สอบผ่านอย่างสุจริต

โดยวันนี้ (22 ก.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนระบุว่า มติของ กสถ. เพิกถอนข้าราชการท้องถิ่นถือเป็นที่สิ้นสุด แต่ขั้นตอนต่อจากนี้ต้องรอรายงานอย่างเป็นทางการ และรายละเอียดเชิงปฏิบัติต้องสอบถามไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทย

ด้านสำนักงานข้าราชการกรุงเทพมหานคร (สำนักงาน ก.ก.) ก็ได้เลื่อนการประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา และ สถานที่สอบเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการสังกัด กทม. จากเดิมที่จะประกาศเมื่อต้นเดือน ก.ค. ไปเป็นช่วงกลางเดือน ก.ย. พร้อมให้เหตุผลว่าหน่วยงานอยู่ระหว่างการพิจารณาหาจ้างผู้จัดสอบรายใหม่ หลังยกเลิกสัญญาจ้างมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ซึ่งเป็นผู้จัดสอบในสนามสอบท้องถิ่น เมื่อเดือน ธ.ค. 2568 ที่พบการทุจริต

จากกรณีทุจริตครั้งนี้ทำให้หน่วยงานต่าง ๆ ออกมาตรการเพื่อป้องกันการทุจริตสอบในอนาคต รวมถึงคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้เข้าสอบที่สอบผ่านโดยสุจริต แต่ก็ไม่วายส่งผลกระทบไม่น้อยต่อผู้ที่หวังบรรจุเป็นข้าราชการในการสอบรอบถัดไป

บีบีซีไทยสำรวจผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้ที่หวังจะสอบบรรจุเพื่อเป็นข้าราชการในอนาคต

ไม่มั่นใจความโปร่งใสการจัดสอบท้องถิ่น

สำหรับ เจ (นามสมมติ) อดีตพนักงานโรงงานแห่งหนึ่งวัย 28 ปี ที่ถูกเลิกจ้างงานเมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว ซึ่งได้ลงสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น รอบเดือน ก.พ. 2569 ที่ จ.นครศรีธรรมราช บอกกับบีบีซีไทยว่า เขาเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจในความโปร่งใสของการจัดสอบรอบดังกล่าวมาตั้งแต่ปีที่แล้ว

เขาเล่าให้บีบีซีไทยฟังว่า ความเคลือบแคลงใจเกิดขึ้นจากกรณีที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ยื่นอุทธรณ์ผลการประกวดราคาต่อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เมื่อเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว หลังแพ้การประมูลให้กับ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ทั้งที่ ม.ราชภัฏสุรินทร์ ได้เสนอราคาที่ถูกกว่า โดย มศว เสนอราคา 133 ล้านบาท ขณะที่ ม.ราชภัฏสุรินทร์ เสนอราคา 98.6 ล้านบาท

แต่ต่อมาในเดือน ก.ย. 2568 คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ร่วมกับคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นว่าการอุทธรณ์ดังกล่าวฟังไม่ขึ้น มศว จึงเป็นผู้ชนะการเสนอราคา ประกวดราคาจ้างเหมาดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)

ความสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสในการจัดสอบบรรจุข้าราชการที่จัดโดย มศว ของ เจ มีเพิ่มมากขึ้นหลังมีการเปิดเผยข้อสอบรอบวันที่ 7 ธ.ค. ซึ่งถูกออกข้อสอบโดย มศว และถูกวิจารณ์ว่ามีความง่ายผิดปกติ

"วันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา การสอบท้องถิ่นของรอบทั่วไปของทั่วประเทศแบ่งเขต มันมีข่าวดราม่าข้อสอบภาษาอังกฤษง่าย ผมเห็นข้อสอบวันนั้นก็ตกใจว่าทำไมข้อสอบง่ายจัง ถ้าเราไปสอบแบบไม่อ่านเราก็ทำได้แน่นอน... วันสอบวันนั้นเราไม่คิดว่าจะมีเรื่องทุจริตเกิดขึ้น"

จากนั้น เจ ก็ได้ลงสอบในสนามสอบท้องถิ่นภาคใต้เมื่อเดือน ก.พ. 2569 ที่ออกข้อสอบโดย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ซึ่งทำให้เขาเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ข้อสอบรอบของตนยากกว่ามากเมื่อเทียบกับการสอบรอบเดือน ธ.ค. 2568

"วันอาทิตย์ที่ 15 ก.พ. ข้อสอบยากมากครับ ก็คือยากกว่ารอบทั่วไป คือภาษาอังกฤษการสอบท้องถิ่นมีเกณฑ์อยู่แล้วว่าต้องผ่าน 50% ข้อสอบ 20 ข้อ ต้องได้มากกว่า 10 ข้อขึ้นไปถึงจะผ่าน ภาคใต้เจอเป็น reading (ข้อสอบอ่าน) 2 บทความ ประมาณ 8 ข้อ แล้วก็ conversation (ข้อสอบบทสนทนา) ประมาณ 12 ข้อ และข้อสอบ vocabulary (ข้อสอบคำศัพท์) อีก 2 ข้อ ซึ่งยากมาก ๆ...ผมก็เลยมาคิดย้อนกลับไปตอนนี้ว่า ทำไมข้อสอบรอบภาคใต้ยากแต่คนถึงผ่านเยอะ ทำไมคนภาคใต้ถึงขึ้นบัญชีเยอะ"

ด้าน ชมรมSTRONGต้านทุจริตประเทศไทย ซึ่งเป็นเครือข่ายภาคประชาชนที่ร่วมมือกับสำนักงาน ป.ป.ช. เผยแพร่ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าพบรายชื่อผู้ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นและได้รับการบรรจุแต่งตั้งไปแล้วรวมทั้งสิ้น 3,967 คน

พร้อมระบุว่าจังหวัดที่มีจำนวนผู้ถูกตั้งข้อสงสัยสูงสุดอันดับแรก คือ จ.สุราษฎร์ธานี ที่มีข้าราชการถูกกล่าวหาว่าส่อทุจริตได้รับบรรจุแล้วรวม 242 คน

เจ กล่าวต่อไปว่าความเชื่อมั่นในความโปร่งใสของระบบสอบท้องถิ่นและผู้จัดการสอบของเขาหมดลงหลังมีการรายงานข่าวพบการทุจริตเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา

"พอผมมาติดตามข่าว ผมก็พบว่ามีการทุจริต มีการสอดใส่ชื่อ มีการซื้อตำแหน่งซื้อเก้าอี้ ผมก็รู้สึกว่าคุณไม่เห็นใจคนที่สอบด้วยตัวเองหรือ ผมก็เตรียมตัวสอบอ่านหนังสือไปสองสามเดือนในการสอบท้องถิ่น ผมเสียดายโอกาส เวลา ทุก ๆ อย่างที่ผมลงทุน... ตอนนี้เราไม่มั่นใจกับกรม เราไม่มั่นใจกระทรวงมหาดไทย เรารู้สึกว่า ป.ป.ช. ทำไมอยู่ดี ๆ ชะงักการทำงานหายไปเลย"

ทั้งนี้ผลการสอบของ เจ เมื่อเดือน ก.พ. 2569 เขาผ่านทั้งการสอบภาค ก, ภาค ข, และ ภาค ค ด้วยคะแนน 69, 85, และ 83.67 ตามลำดับ จากคะแนนเต็ม 100 คะแนนในแต่ละภาค

นั่นทำให้เขาอยู่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันลำดับหลัก 400 กว่า จากทั้งหมดมากกว่า 800 ลำดับ โดยตอนนี้มีการเรียกบัญชีไปถึงลำดับที่ 14 ก่อนที่การเรียกบรรจุจะหยุดลงเพราะเกิดกรณีการทุจริต

"รอไปเรื่อยแล้วก็ไม่ได้แนวทางแก้ปัญหาที่ชัดเจนอะไร"

ขณะที่ แก้ม พนักงานอิสระวัย 25 ปี ที่ต้องการสอบบรรจุเป็นข้าราชการ กทม. ในรอบปี 2569 ก็ต้องผิดหวังหลังมีการประกาศเลื่อนวันสอบอย่างไม่มีกำหนดแน่ชัดจากสำนักงาน ก.ก. จากเดิมที่ต้องมีการประกาศรายละเอียดในวันที่ 3 ก.ค.

"รอวันที่ 3 จนช่วง 4-5 โมงเย็นยังไม่ได้ข้อสรุปกันเลย รอจนมาถึงประมาณช่วง 6 โมงเย็นนิด ๆ ถึงค่อยประกาศเลื่อนมาเป็นวันที่ 13 พอวันที่ 13 ก็ให้ผู้สมัครสอบรอติดตามทั้งวันแล้วค่อยประกาศเลื่อนอีกครั้งอีก ทั้งที่จริง ๆ ควรคิดหาทางออกไวกว่านี้... มันทำให้รู้สึกเหมือนให้รอไปเรื่อยแล้วก็ไม่ได้แนวทางแก้ปัญหาที่ชัดเจนอะไรเลย"

เธอบอกกับบีบีซีไทยว่า การเลื่อนการสอบบรรจุข้าราชการ กทม. ออกไปอย่างไม่มีกำหนดทำให้เธอไม่สามารถวางแผนชีวิตได้อย่างชัดเจน ทั้งเรื่องการเดินทาง การเตรียมสอบ รวมถึงค่าใช้จ่ายเรื่องที่พัก

"สุดท้ายนี้คนที่โดนผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้และเสียประโยชน์ก็ยังเป็นผู้ที่ตั้งใจสมัครสอบและตั้งใจจัดการวางตารางเวลา ทั้งในส่วนการอ่านหนังสือที่ต้องปรับตารางการอ่านให้ตอบโจทย์กับเวลาที่ถูกเปลี่ยน การเตรียมการเดินทาง การหาที่พักเพื่อมาสอบ"

เธออธิบายต่อไปว่า การเลื่อนการจัดการสอบไปนานถึงกลางเดือน ก.ย. ไม่สมเหตุสมผล เนื่องจากข่าวการทุจริตสอบท้องถิ่นเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อเดือน มิ.ย. ซึ่งทางการควรมีมาตรการแก้ไขรวดเร็วกว่านี้

"มันมีทั้งคนที่รู้สึกดีที่ได้เวลาเพิ่มขึ้นในการอ่าน เนื่องจากบางท่านก็สมัครสอบหลายสนามซึ่งเวลาไล่เลี่ยกันกับสนามนี้ แต่ก็มีส่วนที่รู้สึกไม่โอเคกับการที่เลื่อนเวลาออกไปนานสองเดือนแบบนี้ด้วยเหมือนกัน" เธอบอกพร้อมเสริมว่าปัจจุบัน "รู้สึกเครียดและรู้สึกแย่มาก ๆ ที่โดนเลื่อนสอบซ้ำ ๆ"

ขณะที่ เจ ซึ่งได้ทำการสอบแล้วในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา แต่ก็ยังรอสอบในสนาม กทม. อีกครั้ง ก็ยอมรับว่าตนเองต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

ในการสอบเมื่อเดือน ก.พ. ตอนนั้น เจ ซึ่งอาศัยอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ ต้องจ่ายค่าเดินทางเพื่อเดินทางไปสอบสนาม จ.นครศรีธรรมราช บ้านเกิดหลายรอบเพื่อทำการสอบหลายครั้ง

"ผมอยู่ที่สมุทรปรากร อยู่ละแวกกรุงเทพฯ ผมเสียค่าใช้จ่ายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ต้องนั่งรถลงไปที่บ้านหลายรอบ เพราะมีสอบภาค ก ภาค ข วันเดียวกัน แล้วผมก็ขึ้นมาสมุทรปราการ แล้วผมก็ต้องลงไปสอบสัมภาษณ์ภาค ค อีก"

จากการที่ เจ อยู่ในรายชื่อบรรจุอันดับที่ 400 กว่า และตอนนี้การเรียกบรรจุข้าราชการก็หยุดชะงักไป เขาจึงคาดว่าตนเองต้องหารับจ้างทำงานอื่นเสริมไปพลางจนกว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับการบรรจุ หลังมีการแก้ไขลำดับขึ้นบัญชีข้าราชการใหม่หลังคัดผู้ที่ทุจริตออก รวมถึงรายละเอียดวันสอบบรรจุข้าราชการ กทม.

อย่างไรก็ตาม เจ ยอมรับว่าตอนนี้ตนเองหมดแรงจูงใจที่จะอ่านหนังสือ จากทั้งความรู้สึกผิดหวังต่อข่าวทุจริตและการเลื่อนการจัดสอบออกไปอย่างไม่มีกำหนดแน่ชัด

"เราก็ไม่รู้ [จะมีจัดสอบ] วันที่เท่าไรของเดือนกันยายน เราก็จะต้องมีการปลุกแรงบันดาลใจแรงกระตุ้นในการอ่านหนังสือเตรียมสอบ... ซึ่งตอนนี้พอมันทิ้งช่วง ความเบิร์นเอ้าท์ (burn out) หมดแรงอ่านหนังสือมันก็มีมา" เขากล่าวทิ้งท้าย

ยกเลิกการขึ้นบัญชีบรรจุข้าราชการ - เลื่อนสอบสนาม กทม.

การจัดสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่พบการทุจริตครั้งนี้ จัดขึ้นเมื่อเดือน ธ.ค. 2568 โดยมีผู้สมัครสอบมากกว่า 400,000 คน เพื่อตำแหน่งงาน 6,669 อัตรา ใน 87 สายงาน

แต่เมื่อปลายเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่ายขบวนการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ตรวจยึดเอกสารจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงสำเนากระดาษคำตอบ รวมทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ และนำตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำเพิ่มเติม

ต่อมาเมื่อ 15 ก.ค. ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาในคดีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้แล้ว 3 ราย

ขณะที่ คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.)​ ได้มีมติจากการประชุมครั้งที่ 9/2569 เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ให้ยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 เพื่อทำการคัดผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตแก้คะแนนออก และจัดเรียงลำดับบัญชีสอบท้องถิ่นใหม่ โดยมติมีสาระสำคัญดังนี้

  • แก้ไขความคลาดเคลื่อนของคะแนน: จากการตรวจสอบกระดาษคำตอบอย่างละเอียด พบว่าคะแนนผู้เข้าสอบบางรายไม่ตรงกับความเป็นจริง ทำให้ลำดับบัญชีคลาดเคลื่อน จึงจำเป็นต้องยกเลิกประกาศเดิม​และจัดเรียงลำดับคะแนนใหม่ให้ถูกต้อง
  • ยึดมั่นตามเกณฑ์มาตรฐานทั่วไป: ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ (ภาค ก และ ภาค ข​) ตามข้อ 18 ของมาตรฐานทั่วไป ย่อมเป็นผู้ขาดคุณสมบัติและไม่มีสิทธิเป็นผู้สอบแข่งขันได้มาตั้งแต่ต้น จึงจะต้องถูกปรับให้พ้นจากการขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้
  • คุ้มครองผู้สอบผ่านโดยสุจริต: สำหรับผู้ที่สอบผ่านเกณฑ์ตามมาตรฐานทั่วไป จะได้รับการจัดเรียงลำดับบัญชีใหม่ตามคะแนนที่แท้จริง ได้รับการคุ้มครองสิทธิให้ได้รับการบรรจุแต่งตั้งตามลำดับที่แท้จริงโดยไม่ต้องสอบใหม่

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.​) ระบุเสริมด้วยว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบคะแนนและจัดเรียงลำดับบัญชีใหม่ ตามคะแนนที่แท้จริงของผู้ที่ได้รับการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ทั้งหมด

ขณะที่ สำนักงาน ก.ก. ได้เลื่อนการประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเดิมจะมีการประกาศรายชื่อเมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา เป็นการคาดว่าจะมีการจัดสอบช่วงกลางเดือน ก.ย. เนื่องจากอยู่ระหว่างพิจารณาหาผู้รับจ้างรายใหม่และทบทวนวิธีการสอบ