เหตุใดอิหร่านมีความเสี่ยงสูงมาก หากใช้ยังใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องต่อรอง

    • Author, อามีร์ อาซิมี
    • Role, บีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซีย
  • Published
  • เวลาอ่าน: 5 นาที

หลังการโจมตีตอบโต้กันไปมากับสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 10 วัน เพื่อแย่งชิงสิทธิการคุมเส้นทางการเดินเรือที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในช่องแคบฮอร์มุซ ผู้นำอิหร่านอาจเหลือทางเลือกเพียงสามทาง ซึ่งไม่มีทางไหนเลยที่จะนำไปสู่ชัยชนะได้

ทางเลือกแรก คือการยอมรับข้อเรียกร้องต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ได้แก่ การรับประกันให้สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างอิสระและปลอดภัย โดยการยุติการโจมตีเรือขนส่งสินค้า ละทิ้งหรือลดปริมาณคลังสะสมยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ และยินยอมเข้ารับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์ระดับโลก

ในทางกลับกัน อิหร่านอาจจะขอเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการปิดล้อมทางทะเลบริเวณท่าเรืออิหร่าน ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร และป้องกันอิหร่านจากการโจมตีในอนาคต

นี่อาจจะเป็นทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำที่สุด แต่ก็เป็นทางเลือกที่ใช้ต้นทุนทางการเมืองสูงมากที่สุดเช่นกัน

การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งโดยปราศจากการยอมรับบทบาทของอิหร่านในการบริหารจัดการเส้นทางน้ำ จะหมายถึงการยอมจำนนต่อสิ่งที่บางคนในอิหร่านมองว่าเป็นเครื่องมือปราบปรามที่เพิ่งถูกค้นพบใหม่ ซึ่งอาจมีประสิทธิภาพมากกว่าขีปนาวุธของอิหร่าน กองกำลังตัวแทนของอิหร่านในภูมิภาค หรือแม้แต่โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเสียอีก

เป็นครั้งแรกที่สาธารณรัฐอิสลามได้แสดงให้เห็นถึงอำนาจในการสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกได้ทันทีต่อการโจมตีดินแดนของอิหร่านจากบรรดาชาติศัตรู

ขณะเดียวกัน โครงการนิวเคลียร์ก็ถูกนำเสนอมานานแล้วว่าเป็นสิทธิที่อิหร่านไม่สามารถถูกบังคับให้ละทิ้งได้

การยอมรับข้อเรียกร้องให้มีการจำกัดกิจกรรมทางนิวเคลียร์อย่างเข้มงวดหลังจากการโจมตีที่เกิดขึ้นมาหลายเดือนจะทำให้กลุ่มหัวแข็งทางการเมืองสามารถอ้างได้ว่าแรงกดดันทางทหารของสหรัฐฯ ได้ผล

นอกจากนี้ยังอาจเปิดประตูสู่ข้อเรียกร้องเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการขีปนาวุธของอิหร่านและความสัมพันธ์กับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน กลุ่มนิกายชีอะห์ในอิรัก และกลุ่มฮูตีในเยเมน

ทางเลือกที่สอง คือการยกระดับความขัดแย้ง อิหร่านอาจเพิ่มความรุนแรงในการโจมตีฐานทัพอเมริกาในภูมิภาค การขนส่งทางเรือ และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในรัฐอาหรับในอ่าวเปอร์เซีย โดยหวังว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและการหยุดชะงักในวงกว้างจะบีบให้สหรัฐฯ และพันธมิตรต้องยอมประนีประนอม

การกระทำเช่นนี้มีความเสี่ยงทางทหารสูงที่สุด การโจมตีทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากหรือสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานในอ่าวเปอร์เซีย อาจดึงประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่านเข้าสู่ความขัดแย้งโดยตรงมากขึ้น และทำให้อิหร่านต้องเผชิญกับพันธมิตรที่กว้างขึ้น

ทางเลือกที่สาม คือ การคงไว้ซึ่งความไม่มั่นคงในปัจจุบัน นั่นคือ สร้างแรงกดดันต่อตลาดการเดินเรือขนส่งสินค้าและตลาดพลังงานมากพอที่จะรักษาอำนาจต่อรอง แต่ไม่มากพอที่จะกระตุ้นให้เกิดสงครามเต็มรูปแบบกับสหรัฐฯ อีกครั้ง

ดูเหมือนว่านี่จะสอดคล้องกับแนวคิดที่สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านยึดถือมาโดยตลอด อิหร่านไม่จำเป็นต้องเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า หากสามารถอยู่รอดได้นานกว่าที่ศัตรูนั้นเต็มใจที่จะสู้

การอยู่รอดนั่นเองก็สามารถแสดงให้เห็นว่านั่นคือ ชัยชนะ แต่มาตรการคว่ำบาตร ความเสียหายจากสงคราม และภาวะเงินเฟ้อ กำลังเพิ่มแรงกดดันภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง

และเมื่อเวลาผ่านไป อาจเกิดปรากฏการณ์ที่ย้อนแย้งกันขึ้น ยิ่งอิหร่านใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นอาวุธมากเท่าไร อำนาจของอิหร่านก็อาจลดลงมากเท่านั้น หากประเทศต่าง ๆ หาหนทางใหม่ในการส่งออกพลังงานและสินค้าอื่น ๆ ออกจากภูมิภาคนี้ได้

โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ยอมรับถึงความขัดแย้งดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าคุณค่าของช่องแคบฮอร์มุซอยู่ที่การเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบนี้ มากกว่าการลดปริมาณลง ช่องแคบที่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปจะกระตุ้นให้ทั่วโลกหาเส้นทางเลี่ยงจากอิหร่าน

ใครเป็นผู้ตัดสินใจ

สิ่งที่ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนมากขึ้นไปอีกคือความไม่แน่นอนเกี่ยวกับกระบวนการตัดสินใจของอิหร่าน

ภายใต้การปกครองของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งถูกสังหารในการโจมตีในช่วงเริ่มต้นของสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลต่ออิหร่านในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ความขัดแย้งระหว่างนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง สถาบันทางศาสนา และกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน หรือ ไออาร์จีซี ในที่สุดก็คลี่คลายโดยผู้นำสูงสุด

แต่หลังจากสงครามยืดเยื้อมานานหลายเดือน และภายใต้การนำของผู้นำคนใหม่อย่างโมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของคาเมเนอี ความสมดุลของอำนาจนั้นกลับมีความชัดเจนน้อยลง

ประธานาธิบดีมาซูด เปเซซเคียนของอิหร่านและคณะนักการทูตอาจสนับสนุนการเจรจาเพื่อบรรเทาแรงกดดันทางเศรษฐกิจและฟื้นฟูเสถียรภาพ

ในขณะเดียวกัน กลุ่มหัวแข็งในรัฐสภา สถาบันที่มีอำนาจซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งและสื่อมวลชนอนุรักษนิยม อาจเกรงว่าการยอมอ่อนข้อครั้งใหญ่จะบ่อนทำลายรากฐานทางอุดมการณ์ของสาธารณรัฐอิสลามและทำให้ผู้สนับสนุนหลักห่างเหินออกไป

คำถามที่สำคัญที่สุดนั้นเกี่ยวกับกองกำลังติดอาวุธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองกำลังไออาร์จีซี

ส่วนโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน พันธมิตรในภูมิภาค และยุทธศาสตร์ในช่องแคบฮอร์มุซ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออิทธิพลของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าผู้บัญชาการมีอำนาจมากน้อยเพียงใดในการตัดสินใจเกี่ยวกับการยกระดับความขัดแย้งและการเจรจา

ทางเลือกทั้งสามที่อิหร่านต้องตัดสินใจ ไม่ได้ส่งผลกระทบหรือสร้างต้นทุนต่อกลุ่มต่าง ๆ ภายในระบบเท่ากัน

ด้านกลุ่มนักปฏิบัตินิยมอาจสนับสนุนการเจรจาต่อรอง ผู้ที่ยึดมั่นในแนวทางแข็งกร้าวอาจเลือกที่จะยืดเยื้อต่อไป ในขณะที่ผู้บัญชาการทหารบางคนอาจมองว่าการยกระดับความขัดแย้งจะช่วยเสริมสร้างอำนาจต่อรองของอิหร่าน

ดังนั้น คำถามจึงไม่ใช่เพียงแค่ว่าอิหร่านจะเลือกเส้นทางใด แต่ใครมีอำนาจในการตัดสินใจต่างหาก

ชาวอิหร่านกำลังพูดคุยกันในประเด็นนี้อย่างไร

แนวคิดเรื่องความอดทนของผู้นำนั้นมีความแตกต่างอย่างมากจากผู้ที่ต้องเป็นฝ่ายอดทนแบกรับสิ่งนั้นจริง ๆ

อิหร่านและสหรัฐฯ ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) ในเดือน มิ.ย. เพื่อระงับปฏิบัติการทางทหารและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง รวมถึงบรรลุข้อตกลงยุติสงครามภายใน 60 วันหลังจากนั้นฃ

แต่สามสัปดาห์หลังจากการลงนาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศให้ข้อตกลงหยุดยิงจบสิ้นลง หลังจากอิหร่านโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และสหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศ

หญิงรายหนึ่งในอิหร่านให้สัมภาษณ์กับบีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซียว่า เธอรู้สึก "เสียใจมาก" เมื่อการสู้รบปะทุขึ้นอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ เธอหวังว่าบันทึกความเข้าใจฉบับนี้จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายมีเวลาในการแก้ไขข้อพิพาทที่เหลืออยู่และฟื้นฟูเสถียรภาพให้ดีขึ้น แต่กลับกัน ตอนนี้เธอเป็นกังวลกับการทำลายโครงสร้างพื้นฐานและการเสียชีวิตของพลเรือนและบุคลากรทางทหาร

เธอกล่าวโทษกลุ่มคนหัวแข็งภายในระบบการปกครองของอิหร่านที่ดำเนินนโยบายทำลายล้างต่อไป ขณะเดียวกันเธอก็ประณามบุคคลที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามในต่างประเทศที่เธอเห็นว่ายุยงให้เกิดสงคราม

หญิงอีกคนในกรุงเตหะรานกล่าวว่า บริษัทการค้าต่างประเทศที่เธอทำงานอยู่ได้ปิดตัวลง ทำให้เธอตกงานมาสี่เดือนแล้ว แม้ว่าเธอจะมีใบปริญญาเอกและประสบการณ์ทำงานถึง 17 ปีก็ตาม

"ไม่มีใครจ้างงานเพราะไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น" เธอกล่าว เธออธิบายถึงราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น การตัดกระแสไฟฟ้าและน้ำประปา การโจรกรรมที่เพิ่มขึ้น และการระดมยิงที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวยามกลางคืน ตอนนี้เธอจึงจำกัดการเดินทางในเมืองให้น้อยลง

จากคำบอกเล่าของบุคคลเหล่านี้ไม่ได้ชี้ข้อสรุปทางการเมืองเพียงอย่างเดียว การโจมตีจากต่างประเทศอาจก่อให้เกิดความโกรธแค้นต่อสหรัฐฯ และอิสราเอล แม้กระทั่งในหมู่ต่อต้านสาธารณรัฐอิสลามก็ตาม แต่คำบอกเล่าเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงข้อจำกัดของนโยบายที่ขอให้ประชาชนอดทนต่อความยากลำบากอย่างไม่มีกำหนดในเหตุการณ์การต่อต้านในครั้งนี้

ทรัมป์เองก็เผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากเช่นกัน ได้แก่ ขยายวงสงคราม เดินหน้ากดดันทางทหารและเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง หรือยอมรับข้อตกลงที่อนุญาตให้อิหร่านมีโครงการนิวเคลียร์เพื่อพลเรือนในวงจำกัด โดยอยู่ภายใต้การตรวจสอบที่เข้มข้นกว่าเดิม ไม่มีทางเลือกไหนที่นำไปสู่ชัยชนะได้เลย

การเผชิญหน้าในครั้งนี้ อาจดำเนินต่อไปอีกหลายเดือน ผ่านวงจรแห่งการโจมตี การไกล่เกลี่ย และการหยุดยิงชั่วคราว

คำถามที่จะชี้ขาด คือ ผู้นำอิหร่านจะสามารถรักษาช่องแคบฮอร์มุซไว้เป็นเครื่องมือต่อรองได้อีกนานแค่ไหน โดยไม่ก่อให้เกิดสงครามเต็มรูปแบบ ความไม่สงบที่ปะทุขึ้นมาใหม่ หรือการสร้างเส้นทางการขนส่งพลังงานอื่นที่ทำให้ช่องแคบนี้มีความสำคัญน้อยลง