สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านติดต่อกัน 7 วัน ด้านกองทัพเรือปฏิเสธเรือสัญชาติไทยถูกโจมตีที่ช่องแคบฮอร์มุซ

Published
เวลาอ่าน: 4 นาที

กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 7 แล้ว นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศว่าข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว "สิ้นสุดลงแล้ว"

ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่บนเอกซ์ (X) กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (US Central Command - Centcom) ระบุว่า กองกำลังของตน "โจมตีสถานที่สอดแนม โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ทางทหาร คลังเก็บอาวุธใต้ดิน และขีดความสามารถทางทะเล"

อิหร่านอ้างว่าได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาค รวมถึงคูเวต ซึ่งกองทัพคูเวตกล่าวว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของตนได้ "เผชิญกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนที่เป็นปรปักษ์" ภายหลัง "การรุกรานของอิหร่าน"

กองทัพจอร์แดนระบุว่า ได้สกัดกั้นขีปนาวุธของอิหร่าน 10 ลูกที่ยิงเข้ามาในน่านฟ้าของตนเมื่อคืนที่ผ่านมา (17 ก.ค.) ถึงแม้ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือความเสียหายใด ๆ ก็ตาม

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ กล่าวว่า ได้ยุติการโจมตีเมื่อเวลา 21.30 น. ตามเวลาภาคตะวันออก (ตรงกับเวลา 08.30 น. ของวันที่ 18 ก.ค. ตามเวลาไทย) หลังจากโจมตีมาหลายชั่วโมง

"กองกำลังสหรัฐฯ ใช้เครื่องบินรบ โดรน และเรือรบ รวมถึงยุทโธปกรณ์อื่น ๆ" แถลงการณ์ของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุ

สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ "ระเบิดและเกิดไฟไหม้ขณะแล่นผ่านเส้นทางที่มีทุ่นระเบิดทางตอนใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ" ต่อมาศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบนเอกซ์ว่า "เช่นเดียวกับคำกล่าวอ้างส่วนใหญ่ของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน นี่ก็เป็นเรื่องเท็จ"

การจราจรทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซที่สำคัญยิ่งส่วนใหญ่ได้หยุดชะงักลง ท่ามกลางการโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่องระหว่างกองกำลังสหรัฐฯ และอิหร่าน ช่องแคบแห่งนี้โดยปกติแล้วเป็นแหล่งขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 1 ใน 5 ของโลก

สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดในเมืองยาซด์ทางตอนกลางของประเทศ รวมถึงที่เกาะเกชมและท่าเรือบันดาร์อับบาสที่อยู่ติดกับช่องแคบอิหร่าน

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (17 ก.ค.) กองกำลังติดอาวุธของอิหร่านอ้างว่าได้โจมตีฐานทัพทหารสหรัฐฯ หลายแห่งในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ทั้งในคูเวต บาห์เรน จอร์แดน และซีเรีย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่คูเวตกล่าวว่า การโจมตีด้วยโดรนของอิหร่านทำให้ทหารคูเวตได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง ขณะที่โรงไฟฟ้าและสถานีผลิตน้ำจืดก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน

แหล่งข่าวเปิดเผยกับซีบีเอส นิวส์ ซึ่งเป็นพันธมิตรของบีบีซีในสหรัฐฯ ว่า ทหารอเมริกันหลายนายได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของอิหร่านต่อฐานทัพ 2 แห่งในจอร์แดนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทางการกรุงวอชิงตันปฏิเสธข้อกล่าวอ้างก่อนหน้านี้ของกรุงเตหะรานที่ว่ากองกำลังของตนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนในอิหร่าน รวมถึงสะพาน สถานีรถไฟ และสนามบิน ทางการจังหวัดฮอร์โมซกันในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 7 คนจากการโจมตีดังกล่าว

บีบีซี เวริฟาย (BBC Verify) และบีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซีย ได้ตรวจสอบยืนยันภาพความเสียหายของสะพานการิเวห์แล้ว หลังจากที่วิดีโอในเวลากลางคืนแสดงให้เห็นลูกไฟขนาดใหญ่บนสะพาน

ภาพถ่ายในเวลากลางวันแสดงให้เห็นถนนที่พังทลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย โดยมีเศษซากปรักหักพังอยู่รอบสะพานที่หัก

โฆษกทำเนียบขาวกล่าวกับบีบีซีว่า สหรัฐฯ ได้ "ดำเนินการโจมตีเฉพาะเป้าหมายทางทหาร รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ทางทหาร"

วันศุกร์ 17 ก.ค. เป็นเวลาครบหนึ่งสัปดาห์แล้วที่สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านทุกคืน นับตั้งแต่การเจรจาสันติภาพกับอิหร่านล้มเหลว ขณะที่ความตึงเครียดเกี่ยวกับอนาคตของช่องแคบฮอร์มุซเป็นอุปสรรคต่อความพยายามในการเจรจาหยุดยิงถาวร

ส่วนที่มีรายงานข่าวของสำนักข่าวอิหร่านโดยอ้างแหล่งข่าวว่า เรือสินค้าติดธงไทยลำหนึ่งถูกกองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) โจมตีในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันศุกร์ (17 ก.ค.) โดยถูกกล่าวหาว่าไม่ปฏิบัติตามคำเตือนและพยายามแล่นผ่านโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับความเสียหาย หรือผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้นั้น

กระทรวงการต่างประเทศของไทยและกองทัพเรือไทยได้ออกมาปฏิเสธว่าเรือที่ปรากฏในข่าวไม่ใช่เรือสัญชาติไทย และเรือสินค้าไทยในพื้นที่ยังคงปลอดภัย

พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือได้ประสานการตรวจสอบข้อมูลในระบบติดตามเรือ กับศูนย์ปฏิบัติการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศปก.ศรชล.) และศูนย์ Vessel Traffic Service (VTS) กรมเจ้าท่า พบว่า เรือที่ปรากฏตามข่าวไม่ใช่เรือสัญชาติไทย นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเรือสินค้าไทยที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่อ่าวโอมาน ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 1 ลำ โดยได้ประสานตรวจสอบกับผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัยของเรือแล้ว ได้รับการยืนยันว่าเรือและกำลังพลประจำเรือมีความปลอดภัย การเดินเรือและการปฏิบัติภารกิจเป็นไปตามปกติ

ด้าน น.ส.ใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และกองทัพเรือเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งทางกองทัพเรือได้ออกมาชี้แจงด้วยแล้วว่าไม่ใช่เรือสัญชาติไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศจะติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมอย่างใกล้ชิดต่อไป